เบี้ยแก้(เล็ก)ในเชิงไสยเวทย์
 |
| ภาพเบี้ยแก้จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ |
เบี้ยแก้ ในความหมายเชิงอุดมคติของคนไทยโดยทั่วไป
คือ เครื่องรางชนิดหนึ่ง ซึ่งมีอุปเท่ห์ในการใช้หลายอย่าง
ทั้งกันและแก้สิ่งชั่วร้าย เสนียดจัญไร คุณไสย คุณคน คุณผี ยาเบื่อ
ยาเมายาสั่งทั้งหลาย
คณาจารย์ยุคเก่าที่สร้างเครื่องรางประเภทเบี้ยแก้มีอยู่หลายรูป
แต่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมมากที่สุด มีเพียง 2 รูปเท่านั้น คือ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว และ หลวงปู่รอด วัดนายโรงนอก
 |
| ภาพเบี้ยแก้จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ |
โดยส่วนใหญ่คนไทยจะใช้“หอยเบี้ยแก้เล็ก” ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Monetaria
caputserpentis (L., 1758) เนื่องจากมีขนาดเล็กเหมาะแก่การพกพาติดตัวไปตามที่ต่างๆ
ในสมัยปลายอยุธยาหรือต้นรัตนโกสินทร์
เบี้ยแก้หาค่อนข้างยาก จึงอนุโลมให้ใช้เปลือกหอยเบี้ยจั๊กจั่น
หุ้มด้วยตะกั่วแทนได้
เปลือกเบี้ยแก้เล็ก
ส่วนใหญ่นำมาจากหมู่เกาะนิโคบาร์- อันดามัน โดยผ่านพ่อค้าชาวอินเดีย
ปัจจุบันนำมาจากหมู่เกาะฟิลิปปินส์ (ทั้งหมู่เกาะสแปรตลีย์ หมู่เกาะตาวี )
และจากหมู่เกาะอินโดนีเซีย โดยพราหมณ์ใช้โรยหรือโปรย“ล้างพื้นที่และขอซื้อสิทธิ์การใช้พื้นที่จากเจ้าที่เจ้าทางผู้ดูแล”
ก่อนสร้างชุมชนหรือหมู่บ้านต่าง ๆ ในไทย (ซึ่งมักใช้รวมไปกับหอยเบี้ยชนิดอื่น
ๆ ด้วย เช่น หอยเบี้ยจั๊กจั่น หอยเบี้ยแก้ว เป็นต้น)
 |
| ภาพเบี้ยแก้จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ |
ถ้าจะใช้เบี้ยแก้ให้ได้ผลดี มีบันทึกไว้ว่า
“เมื่อยามศึกสงครามให้เอาไว้ด้านหน้า
สารพัดศัตรูบีฑาย่ำรุกไล่ให้เอาไว้ด้านหลัง
หากเจ้าฟ้ามหากษัตริย์เจ้าขุนมูลนายให้เอาไว้ด้านข้างขวา
เมื่อหาหญิงหานางพญาให้ไว้ข้างซ้าย ...”
ส่วนวิธีการสร้างเบี้ยแก้ เริ่มจากการหา“ตัวเบี้ยที่นับให้ได้ฟัน 32 ซี่ ปรอทหนัก 1 บาท ชันโรงใต้ดินแผ่นตะกั่ว” (บางรายก็หาผ้าแดงมาด้วย)แล้วจึงนำสิ่งของทั้งหมดใส่ถาด
พร้อมดอกไม้ธูปเทียนมาถวายหลวงปู่
หลังจากที่หลวงปู่ท่านทำอุโบสถเช้าหรือเย็นเสร็จแล้ว
ท่านจะปลุกเสกปรอท แล้วจึงบรรจุปรอทลงในหอยเบี้ย แล้วนำชันโรงมาปิดปากเบี้ย
เพื่ออุดมิให้ปรอทไหลออกมาได้
 |
| ภาพเบี้ยแก้จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ |
การปิดปากเบี้ย
เพื่อกันไม่ให้ปรอทไหลออกมาได้นั้น
นิยมเอาชันโรงใต้ดินที่ปลุกเสกแล้วมาอุดใต้รองเบี้ยให้สนิทเรียบร้อย
แล้วจึงหุ้มด้วยวัสดุอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ผ้าแดง แผ่นตะกั่ว แผ่นทองแดง
จากนั้นท่านก็บริกรรมพระเวท
แล้วจึงนำไปหุ้มตะกั่วกับพระในวัด
เสร็จเรียบร้อยจึงนำกลับมาให้ท่านลงอักขระอีกทีหนึ่ง
วัสดุที่ใช้หุ้มหรือปิดนี้
ก็ต้องลงอักขระเลขยันต์และปลุกเสกกำกับด้วย เช่น เบี้ยแก้หลวงปู่บุญ
วัดกลางบางแก้ว จะมีลวดทองแดง ขดเป็นห่วง 3 ห่วง
จะได้ใช้เชือกคาดเอวเบี้ยแก้ที่ผ่านการบรรจุปรอท จนกระทั่งถักหุ้มเรียบร้อยแล้ว
ก็ยังไม่ถือว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนกรรมวิธี เพราะต้องปลุกเสกกำกับอีกจนมั่นใจว่า“ใช้ได้จริงๆ"
ที่มาเรื่องจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ภาพจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ